ไขปัญหาธรรมบนเว็บบอร์ด

คำสอนหลวงปู่ :สาธยายธัมมโดยพิศดาร ตอน พละ๕ อินทรีย์๕

มาต่อ พละ ๕ อินทรีย์ ๕

คราวที่แล้วเป็นการรวบเอาการปฏิบัติฝึกฝนของอาจารย์เณรีมาบรรยายโพชฌังคธัมม ด้วยเพราะตั้งใจจะบรรยายแบบพิสดารแต่ต้องหยุดกลางครันด้วยเกิดปวดหัวจี๊ดกะทันหัน จึงต้องพิจารณาใหม่ว่าจะบรรยายแนวทางใด พอเช้าได้สนทนาธัมมกันก่อนสวดมนต์ทำวัตรเช้า ได้บรรยายธัมมให้ผู้ปฏิบัติฟังสนทนากัน อาจารย์เณรีได้เล่าวิธีและแนวทางฝึกที่ดำเนินผ่านมา หลวงปู่ก็นำเอาโพชฌังคธัมมไปประกอบให้เห็นว่าการฝึกฝนโดยยังไม่รู้ว่าโพชฌังคธัมมคืออะไรแต่เมื่อดำเนินฝึกฝนไปตามที่ชี้แนะและคอยส่งอารมณ์สนทนากันอยู่เป็นประจำก็จะสามารถฝึกฝนดำเนินไปได้อย่างไม่ยากนัก 

ทั้งหมดล้วนต้องมีจุดเริ่มต้นและสับสนต้องอาศัยการชี้แนะอยู่เนืองๆ และที่สำคัญผู้ฝึกต้องมีศรัทธาอย่างสูง ทั้งในธัมมของสมเด็จพระพุทธศาสดา ในตัวครูผู้ถ่ายทอดและต้องเชื่อมั่นศรัทธาตนเองด้วยว่าต้องทำได้ต้องฝึกฝนได้

ศรัทธาเป็นเบื้องบาท แล้วต้องวิริยะฝึกฝนอย่างไม่ท้อไม่ทิ้ง มีสมาธิตั้งมั่นอยู่ในสติคือในทวารทั้งเก้า ซึ่งก็คือมัคคหรือทางสู่ความรู้แจ้งคือปัญญา ฝึกให้มากฝึกด้วยการมีสติอยู่ มีศรัทธา มีวิริยะไม่ย่อท้อไม่เคร่งเครียด ดำเนินไปด้วยความสุข

เมื่อศรัทธา วิริยะ สมาธิ สติ อุดมสามัคคีเป็นพลังมีพละสมบูรณ์จนยิ่งเป็นเหตุนำในการฝึกฝนทำความเพียร ปัญญาในการเข้าใจเข้าถึงธัมมทั้งหลายก็เป็นเรื่องที่ทำได้ตัวเจ้าของจะเข้าใจในธัมมทั้งหลายที่ปรากฎชัดทั้งในจิตและเห็นได้สัมผัสได้ด้วยอายตนะทั้งปวง

ธัมมเหล่านี้เรียกว่า ศรัทธาพละ วิริยะพละ สมาธิพละ สติพละ และปัญญาพละ ที่มีพละคือกำลังของความเพียรเพื่อจะได้มีความเป็นใหญ่หรือเป็นเครื่องนำไปสู่ความสำเร็จในการทำความเพียร เรียกตามภาษาธัมมว่า ศรัทธาอินทรีย์(ความเป็นใหญ่) บาลีว่า สัทธินทรีย์ วิริยินทรีย์ สมาธินทรีย์ สตินทรีย์ และ ปัญญินทรีย์

หวังว่าผู้ฝึกฝนและได้รับคำอธิบายขยายความเช่นนี้แล้วจะเข้าใจได้โดยไม่ยาก

บุญรักษา